สิ่งมีชีวิตใต้มหาสมุทร

ใต้มหาสมุทรหรือท้องทะเลมีสิ่งมีชีวิตมากมาย เช่น ปลาต่างๆ ที่เป็นทั้งปลาสวยงามและปลาสำหรับใช้เป็นอาหารของมนุษย์ รวมถึง แนวปะการัง พืชใต้ทะเล สัตว์เปลือกแข็งต่างๆอย่าง หอย ปู ในปัจจุบันแม้ว่าเราจะรู้คร่าวๆว่าใต้ท้องทะเลนั้นมีสัตว์ชนิดใดบ้าง แต่ความจริงแล้วการสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลนั้นมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ที่ยังไม่ถูกค้นพบเนื่องจากมหาสมุทรนั้นกว้างใหญ่และมีความลึกมาก จะเป็นเรื่องยากที่จะสำรวจครบทั้งหมด ปัจจุบันมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีการสำรวจมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตใต้มหาสมุทรนั้นถูกแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆของมหาสมุทรดังนี้ ส่วนที่เป็นไหล่ทวีปจะเป็นพื้นราบลงไปตามแนวเฉลี่ยมีความลึกราว 1-500 เมตร ซึ่งเป็นส่วนที่แสงแดดส่องถึง ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่มีสิ่งมีชีวิตมากที่สุดคือ แนวปะการัง ปลาชนิดต่างๆ หอย ปู และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ส่วนต่อมาคือ ส่วนที่มีความลึกตั้งแต่ 500-2000 เมตร จะเป็นบริเวณที่แสงแดดจะส่องถึงน้อยบางครั้งจะเป็นแหล่งของ ปลาวาฬ ปลาน้ำลึก รวมถึงปลาฉลามขาว เป็นต้น ส่วนต่อมาคือ ส่วนของพื้นมหาสมุทร เป็นส่วนที่แสงแดดส่องไม่ถึงและเป็นส่วนที่ลึกมากๆ ส่วนใหญ่จะมีสิ่งมีชีวิตจำพวกปลาที่มีสายพันธุ์มาจากปลาโบราณต่างๆ รวมถึง ปลาหมึกสายพันธุ์น้ำลึก ส่วนมากสิ่งมีชีวิตในส่วนนี้จะเป็นสัตว์เลือดเย็นเนื่องจาก อุณหภูมิของน้ำทะเลมีความเย็นมากและมีความดันมหาศาลสัตว์บางชนิดจึงมีการปรับตัวเพื่ออยู่ในความมืด ส่วนสุดท้ายคือ ส่วนในความลึกของร่องลึก ซึ่งมีระดับความลึกตั้งแต่ 4000 เมตรลงไปเป็นส่วนที่มีสิ่งมีชีวิตน้อยมากเนื่องจากเป็นส่วนที่มีแรงดันมหาศาลและเป็นส่วนที่มีการสำรวจน้อยมากเนื่องจากการสำรวจนั้นต้องใช้เทคโนโลยีและความปลอดภัยสูงมาก

เทือกเขากลางมหาสมุทร

เทือกเขากลางมหาสมุทร หรือ สันเขากลางมหาสมุทรนั้น มีความสำคัญด้านธรณีวิทยาอย่างมาก ซึ่งเทือกเขาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากกระบวนการธรณีแปรสันฐานใต้ทะเล คาดว่าในอดีตหลายล้านปีก่อนแผ่นเปลือกโลกมีลักษณะเป็นแผนเดียวกันเรียกว่า แพนเจีย ต่อมาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา เกิดการแผ่กระจายออกของพื้นสมุทรจนก่อให้เกิดการแยกตัวของแผ่นเปลือกโลกเป็นเวลาหลายล้านปี จนกระทั่งเปลือกโลกแยกตัวออกเป็นทวีปในปัจจุบัน ซึ่งกระบวนการเกิดของเทือกเขาใต้สมุทรนั้นเกิดการการขยายออกของแผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทร ก่อเกิดการยกตัวของพื้นมหาสมุทรอันเนื่องมาจากกระแสความร้อนจากใต้โลกซึ่งมีการดันตัวขึ้นมาในรูปแบบของลาวา เมื่อลาวาปะทุออกมาใต้พื้นสมุทรและเย็นตัวลงก่อเกิดเป็นสันเขาที่เป็นแนวยาวใต้พื้นมหาสมุทร เทือกเขากลางมหาสมุทรนั้นมีการเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวต่อเนื่องกันประมาณ 80,000 กิโลเมตร ทางธรณีวิทยานั้นระบุว่า เทือกเขาใต้สมุทรนั้นประกอบหินหนืดหรือลาวาที่ใหญ่มาก อีกทั้งยังประกอบด้วยหินอายุน้อยเนื่องจากมีการดันตัวตลอดเวลา ขณะที่สันเทือกถูกดันตัวขึ้นบางบริเวณกลับถูกกดลงไป ซึ่งเพิ่มความลึกของมหาสมุทรเรียกว่า ร่องลึกก้นสมุทร ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร มีการสันนิฐานว่าเทือกเขาใต้มหาสมุทรนั้นมีการเคลื่อนตัวตลอดเวลา แต่การเคลื่อนตัวนั้นมีอัตราที่ช้ามาก เทือกเขาใต้สมุทรนั้นถูกค้นพบราวปี 1950 ซึ่งเป็นการสำรวจพื้นมหาสมุทรโดยเรือวิจัยเวม่า ซึ่งสำรวจพื้นกลางมหาสมุทรแอตแลนติกและได้พบกับสันเขากลางมหาสมุทรขึ้นจึงตั้งชื่อว่า เทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเป็นจุดที่มีชื่อเสียงมาก และไม่ได้ค้นพบเพียงมหาสมุทรนี้แต่พบได้ในมหาสมุทรอื่นๆของโลกด้วย        

ภูเขาไฟใต้มหาสมุทร

นอกจากใต้พื้นสมุทรนั้นยังมีการค้นพบเทือกเขากลางมหาสมุทรแล้ว ซึ่งในบริเวณดังกล่าวถือว่าเป็นจุดที่เกิดจากเปลี่ยนแปลงทางธรณีสันฐานและเป็นผลให้เกิดการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก ในบริเวณของสันเขาใต้มหาสมุทรนั้นมีส่วนประกอบของลาวาที่พุ่งขึ้นมาตลอดเวลา นั้นรวมไปถึงภูเขาไฟใต้มหาสมุทรซึ่งเป็นผลมาจากการดันตัวของลาวาใต้มหาสมุทรก่อเกิดการระเบิดของลาวาพุ่งขึ้นมาจากใต้ทะเล นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า แผ่นเปลือกโลกกว่า 70 % เกิดขึ้นจากกระบวนการใต้ทะเลลึกซึ่งเทือกเขาใต้ทะเลที่มีความซับซ้อนเมื่อลาวาพวยพุ่งออกมาจากปล่องใดปล่องหนึ่งของเทือกเขานั้น ลาวาจะเย็นตัวลงจากความเย็นของน้ำ และมีการแข็งตัวเป็นชั้นๆ จนถึงส่วนผิวน้ำ จะก่อเกิดจากระเบิดขึ้นโดยการระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำนั้นจะเกิดให้เกิดเกาะใหม่ขึ้น ส่วนใหญ่เกาะใหม่ที่เกิดจากการระเบิดนั้นจะจมหายไปเนื่องจากเย็นตัวและเป็นหินอ่อนมาถูกคลื่นทะเลซัดเกาะจะค่อยจมหายไป หากบริเวณปล่องนั้นยังมีการระเบิดอีกก็จะเกิดเกาะใหม่ขึ้นมาอีกและถ้าหินมีการเย็นตัวและแข็งแรงมากพอก็จะมีแผ่นดินเพิ่มมากขึ้น การวิเคราะห์พบว่าภูเขาไฟใต้ทะเลมีส่วนสัมพันธ์ของแผ่นเปลือกโลกรวมถึง ผลกระทบต่างใต้ทะเล ซึ่งคาดว่าอาจมีการระเบิดครั้งใหญ่มาแล้ว และคาดว่ามีส่วนที่เกิดขึ้นในยุคเพอร์เมียนซึ่งคาดว่าการระเบิดครั้งใหญ่ก่อเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมากจนทำให้สิ่งมีชีวิตกว่า 95 สายพันธุ์ใต้ทะเลนั้นสูญพันธุ์ไปจากโลก การระเบิดส่งผลกระทบต่อพื้นโลกด้วยเนื่องจากควันที่พวยพุ่งออกมา ซึ่งเป็นแค่สันนิฐานเท่านั้นมต

ร่องลึกมหาสมุทร

ร่องลึกมหาสมุทรเป็นส่วนที่ลึกที่สุดของพื้นมหาสมุทร ร่องลึกก้นสมุทรถือเป็นหนึ่งในขอบเขตทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดบนพื้นผิวในส่วนที่เป็นของแข็งของโลกระหว่างแผ่นเปลือกโลกสองแผ่น ร่องลึกเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกซึ่งการเคลื่อนตัวนี้จะมีแผ่นใดแผ่นหนึ่งที่ยุบตัวลงไปกลายเป็นร่องลึกที่เป็นแนวยาวไปตามพื้นมหาสมุทร ส่วนใหญ่ร่องลึกก้นสมุทรจะอยู่ในบริเวณที่เป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก เช่น รอยต่อของเปลือกโลกใต้มหาสมุทรแปซิฟิก และเขตรอยต่อของเปลือกโลกที่ทอดยาวใต้พื้นมหาสมุทร มีปัจจัยหลายประการที่มีส่วนกำหนดความลึกของร่องลึกก้นสมุทร ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือปริมาณของตะกอนที่จะเข้าไปสะสมตัวอยู่ในร่องลึกจนอาจไม่แสดงลักษณะพื้นผิวที่แท้จริงของร่องลึกนั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าร่องลึกก้นสมุทรที่ลึกมากๆ ส่วนใหญ่จะมีความลึกตั้งแต่ 6,000 เมตรลงไป จุดที่ลึกที่สุดของโลกคือ ร่องลึกมาเรียน่า ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีความลึกถึง 10,900 เมตรคาดว่าบางจุดลึกถึง 11,000 เมตร ซึ่งสามารถจมภูเขาเอเวอร์เรสได้เลยทีเดียว ร่องลึกที่มีระดับ 8,000 เมตรลงไปนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิก มีการสำรวจใต้ร่องลึกก้นสมุทรมาแล้วหลายครั้ง เพื่อทราบถึงปัจจัยของการเกิดขึ้นของร่องลึก คาดว่าปัจจัยดังกล่าวเกิดขึ้นจะจากยุบตัวของแผ่นทวีปในช่วงที่มีการเคลื่อนตัวรวมถึงตะกอนบางชนิด ที่มีการตกตะกอนรูปลิ่มแบบปริซึมเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในร่องลึกก้นสมุทรที่อยู่ใกล้ผืนทวีป